เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า…

frame.png

กรี๊ดดดดดดดด...นี่มันฝ้าใช่มั้ยคะหมอ

เสียงคนไข้สาวสวยท่านหนึ่ง ถามหมอดาว ในฐานะที่เป็นแพทย์ดูแลเรื่องผิวพรรณและหน้าตาให้กับเธอ “แล้วต้องทำยังไงคะหมอ ตายๆๆ ตายเลย”

หมอดาว.png

โดย พญ.ฉัตรดาว จางวางกร #คุณหมอพริตตี้

แพทย์วิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว

          นี่ไม่ใช่คนไข้รายแรกที่หมอดาวเจอมากับตัวค่ะ เพราะไม่ว่าสาวๆ หน้าไหน ทันทีที่เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองมีฝ้า กระขึ้นเมื่อไร เครียดเมื่อนั้น หลังจากปลอบประโลมคนไข้แล้ว หมอดาวก็เริ่มอธิบายที่มาที่ไปของฝ้า กระให้คนไข้ฟัง เหมือนที่จะเล่าให้พวกเราฟังตามนี้ค่ะ

          กระบวนการเกิดฝ้านั้น แท้จริงเป็นเรื่องการตอบสนองตามธรรมชาติ โดยปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดฝ้าคือแสงแดด แสงยูวีนั่นเองค่ะ เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดดความร้อนยูวีต่างๆ จะทำให้มีการสร้างเม็ดสีขึ้นในเนื้อเยื่อผิวหนังซึ่งแท้จริง

สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องไม่ให้เซลล์ผิวหนังโดนทำร้าย เหมือนรถยนต์ที่ติดฟิล์มกรองแสงกันไม่ให้แสงจากภายนอกเข้ามาทำร้ายเบาะหนังในรถยนต์ไงคะ พอมีการสร้างเม็ดสีสะสมๆมากเข้าในเนื้อเยื่อผิวหนังชั้นล่าง ประกอบกับมีการผลัดเซลล์เนื้อเยื่อผิวหนังชั้นบนๆออกไปตามธรรมชาติ ก็จะทำให้เนื้อเยื่อผิวหนังที่อยู่ชั้นล่างซึ่งเต็มไปด้วยเม็ดสีเมลานินนี้ไปอยู่ชั้นบนๆแทน ทำให้เราเริ่มสังเกตมองเห็นความกระดำกระด่าง ฝ้าปื้นๆ ขึ้นมายังไงหละคะ ซึ่งก็ยังมีอีกหลายปัจจัย เช่น แสงจากจอคอม/สมาร์ทโฟน สารเคมีจากยาหรือเครื่องสำอางที่ใช้ หรือแม้กระทั่งเมื่อร่างกายมีสมดุลฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงฉับพลันผันผวน

ฝ้า.png

          ปัญหากระฝ้า ถึงแม้ไม่ทำให้ตาย แต่ก็เหมือนตายทั้งเป็นได้นะคะ เพราะส่งผลต่อสุขภาพจิต คุณภาพชีวิตได้ จึงมีความพยายามในการหาทางรักษาแก้ไขกัน อย่างกรณีของครีมที่อ้างว่าใช้ในการรักษากระฝ้าในปัจจุบันนี้ ก็ต้องดูกันดีๆค่ะ เพราะอาจจะไปเจอครีมที่มีส่วนผสมของ ไฮโดรควิโนน แอลกอฮอล์ พาราเบน สารกัดผิว รวมไปถึงน้ำหอม ที่ใส่เข้ามาในสัดส่วนที่ไม่เหมาะสม เพียงเพื่อจะให้ผลออกฤทธิ์แรงและเร็ว ทำให้ผู้ใช้รู้สึกดีใจชั่วคราว แต่เสียใจชั่วโคตรค่ะ เพราะพอเกิดผลข้างเคียงโดยเฉพาะฝ้าถาวรอันเกิดจากครีม (ที่อ้างว่า) รักษากระฝ้านี้ ยิ่งเศร้าใหญ่ค่ะ ยังไม่รวมผลข้างเคียงอย่างผดผื่น เพราะบางตัวใส่สารที่มีฤทธิ์กัดหน้าหรือลอกฝ้าลงไปด้วย

คราวนี้หลายๆ ท่านคงเกิดคำถามว่า แล้วจะเลือกใช้ครีมรักษากระฝ้าอย่างไร ?

นอกจากไม่มีสารอันตรายอย่างที่กล่าวไปแล้ว 

หากครีมทาฝ้ามีสารสกัดที่ช่วยบำรุงผิวและดูแลครบปัญหาผิวที่เป็นฝ้าได้หลายประการก็จะเป็นการดีค่ะ ซึ่งครีมทาฝ้าที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้ค่ะ

มีสารสำคัญที่ช่วยในการลดเม็ดสีซึ่งได้ผ่านการรับรองว่ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย อย่าง “อาร์บูติน” ในสมัยก่อนจนถึงตอนนี้ เราจะรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นสารที่นิยมใช้กันทั่วไป อย่างนี้เป็นต้นค่ะ แต่ด้วยนวัตกรรมปัจจุบัน มีสารกลุ่มใหม่ๆที่มีงานวิจัยออกมามากมาย ว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่าอาร์บูติน เช่น สาร Melatein-x ซึ่งพบว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าอาร์บูตินถึง 80 เท่า ช่วยเข้าไปยับยั้งกลไกการสร้างเม็ดสีในระดับเซลล์ผิวหนังเลยค่ะ แถมยังช่วยปรับความสว่างของผิวได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ทำลายเซลล์ผิว

แต่หากเม็ดสีเมลานินถูกผลิตขึ้นแล้วนั้น ก็จะมีสารสกัดสมุนไพรบางชนิด อย่างเช่น Botanical Extracts Complex B

ที่สามารถช่วยยับยั้งการส่งผ่านเม็ดสีเหล่านี้ขึ้นไปยังผิวชั้นบนอย่างปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยไม่ให้สีของฝ้าปรากฏชัดขึ้นได้ค่ะ

ให้ความชุ่มชื้นและเน้นการบำรุงผิว เพราะผิวที่หยาบแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้นนั้น จะเหนี่ยวนำให้เกิดการระคายเคืองและเกิดกระฝ้าได้ง่ายค่ะ สารที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวมีหลายตัว ปัจจุบันมีสารตัวหนึ่งที่เก๋มาก เพราะเขาเป็นสารที่เลียนแบบโครงสร้างที่อยู่ภายในผิวเลย นั่นคือ อนุพันธ์ของกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic Acid) ค่ะ ดังนั้นครีมใดที่มีสารกลุ่มนี้ นอกจากจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวแล้วยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันเนื่องมาจากผิวที่ขาดความชุ่มชื้นด้วยค่ะ

ถ้าครีมทาฝ้านั้น มีคุณสมบัติในการป้องกันแสงแดดแสงยูวีได้ ยิ่งดีค่ะ อย่างน้อยต้องมี ค่า SPF ที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA/UVB แสดงให้เห็นในผลิตภัณฑ์ว่ามีคุณสมบัติในการป้องกันแสงแดดแสงยูวีได้จริงค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทาตอนกลางคืนเพื่อช่วยป้องกันแสงไฟ แสงจอคอม หรือแสงจากสมาร์ทโฟนด้วยค่ะ

ระยะเวลาในการช่วยลดเลือนฝ้า ไม่ควรเร็วจนเกินไป เช่น ไม่ถึงสัปดาห์หน้าก็ใสกิ๊กแล้ว ใช่ค่ะ คุณอ่านไม่ผิดหรอก อย่างครีมบางตัวที่แอบใส่สารปรอท ซึ่งเป็นโลหะหนักนั้น มีสมบัติในการยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีค่ะ ผู้ประกอบการใจร้ายบางเจ้า เลยแอบใส่สารนี้เพื่อให้ครีมตัวขายดีเพราะใช้ได้ผลเร็ว แต่ก็มีอันตรายตั้งแต่เกิดฝ้าถาวร จนไปถึงไตวายตายไวได้เลยนะคะ ครีมรักษาฝ้าที่ดีต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ จะต้องช่วยลดเลือนสีของฝ้าให้ค่อยๆจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ต้องผ่านอย. ต้องผ่านอย. และต้องผ่านอย. ค่ะ ต้องผ่านมาตรฐานของอย.หรือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาค่ะ หยุดใช้เถอะค่ะ ครีมใต้ดินครีมเถื่อน และที่สำคัญต้องตรวจสอบเลขอย.ด้วยว่าถูกต้อง ได้รับอนุญาตมาจริงไหมนะคะ

มาถึงตรงนี้ หลายๆ คนคงค่อยเบาใจหน่อยนะคะว่า ยังไม่สิ้นไร้หนทางในการใช้ครีมรักษาฝ้า ก็ลองนำความรู้ที่หมอดาว คุณหมอพริตตี้คนนี้ได้แชร์ไป ไปลองพิจารณาหาครีมที่มีคุณสมบัติตามนี้นะคะ

ขอให้พวกเรามีใบหน้าที่เยาว์วัยสดใสไร้กระฝ้ากันทุกคนค่ะ